• naktrade.com

คริปโตฯกับการบริหารความเสี่ยง: money management



ในโลกของการลงทุนทุกชนิดนั้นล้วนมีความเสี่ยงทั้งนั้น หรือจะพูดให้เห็นภาพชัดๆก็คงต้องบอกว่า ใดๆในโลกนี้ล้วนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็ว่ากันไปตามการลงทุนประเภทนั้นๆ หรือแม้กระทั่งการฝากเงินไว้กับธนาคารก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน เช่น ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ โดยเฉลี่ยแล้วเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นปีละ 3% เป็นอย่างน้อย นั่นหมายความว่า เงิน1,000,000บาทที่คุณฝากไว้กับธนาคาร ในอีกห้าถึงสิบปีข้างหน้า มูลค่าอาจเหลือห้าแสนบาทก็ได้ ก็คือ คุณจะซื้อข้าวของต่างๆด้วยจำนวนเงินที่เพิ่มมากขึ้น มากกว่าปัจจุบันนั้นเอง หรือไม่คุณอาจใช้เงินจำนวนเท่าเดิม แต่ได้ของที่น้อยลงอย่างมาก


นี่คือความเสี่ยงจากการฝากเงินไว้กับธนาคารที่เรามองไม่เห็นแต่มันมีอยู่จริง และมีอยู่จริงมาเนิ่นนานนมเนก่อนเราเกิดเสียอีก รวมถึงตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน กองทุนฯ LTF,RMF วงแชร์เล็ก กลาง ใหญ่ สลากกินแบ่งรัฐบาล ยิ่งความเสี่ยงของการเทรดไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ตลาดฟอเร็กซ์ และตลาดคริปโตฯ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรให้ยืดเยื้อเลย แน่นอนว่ามันเสี่ยงมากๆๆอยู่แล้ว


เราจะขจัดความเสี่ยงที่มีมากให้เหลือน้อยได้อย่างไร

คำตอบสั้นๆง่ายๆเลยก็คือ ความรู้


ความรู้ในสิ่งที่เราลงทุนหรือการเทรดก็ต้องมีความรู้ในเรื่องกราฟเทคนิคต่างๆ ความรู้ในสิ่งที่เราลงทุนและเทรดอาจไม่ได้ช่วยให้เรารอดพ้นจากการขาดทุน แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เราขาดทุนน้อยลงได้และอาจพลิกสถานะการณ์จากขาดทุนมาให้มีกำไรได้ไม่มากก็น้อย นอกจากความรู้ในสิ่งที่เรากำลังลงทุนอยู่แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมีและขาดเสียไม่ได้เลย คือ การบริหารความเสี่ยงกับพอร์ตการลงทุนของเรา การบริหารความเสี่ยงหรือจะเรียกจิตวิทยาการลงทุนอย่างหนึ่งก็ได้ สำหรับบทความนี้ผมจะเน้นเรื่องของ money management ในแบบฉบับของผมเอง


การบริหารเงินหน้าตัก สมมุติให้ทุนเรา 1,000,000 บาท

แน่นอนว่าเราจะเทรด altcoins และลงทุนico ได้ เราจะต้องมี btcหรือeth ก่อน มันก็คล้ายๆเราจะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ก็ต้องแลกเงินเยนก่อนเพื่อไปใช้จ่ายท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง ในประเทศญี่ปุ่นได้ ตลาดคริปโตฯก็คล้ายๆกัน ถ้าเราจะเทรดแค่ btc,eth และเหรียญอื่นๆที่เว็บเทรดไทยรองรับก็อาจจะไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก แต่กรณีนี้ผมจะเน้นการที่เราจะไปเทรดเว็บเทรดคริปโตฯต่างประเทศ เช่น binance,Okex,Huobi เป็นต้น เราจะไปเที่ยวต่างประเทศกันครับ


ทุน1,000,000บาท สมมุติราคาbtc 100,000บาท เราจะซื้อbtc ได้ 10btc ตอนนี้เราจะมีทุน 10btc

ในโลกของคริปโตฯการเก็งกำไรหลักๆมีอยู่สองอย่าง

1.การเทรดaltcoins

2.การลงุทนico


ผมจะเทรดaltcoins 40% เท่ากับ 4btc

ลงทุน ico 40% เท่ากับ 4btc

ที่เหลือ 20% ผมจะถือbtc ไว้ เท่ากับ 2btc


บริหารเงินหน้าตักกับการเทรด altcoins

ตอนนี้ผมมี 4btc เพื่อที่จะเทรด altcoins สำหรับสไตส์การเทรดaltcoinsของผมก็จะเป็นการเทรดแบบ ถือระยะกลาง ถึง ระยะยาว หรือถ้ากำไร 100%-500% ก็จะขายทำกำไร ตลาดคริปโตฯบางครั้งถือไว้ไม่นาน ภายในหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือนก็กำไร 100% แล้ว กลายเป็นว่าเหมือนจะเทรดสั้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและจังหวะการเข้าซื้อของเราด้วย


4btc บนหน้าตักผมจะแบ่งเป็น 25% คือ 1btc ต่อ 1 altcoin

1btc ที่จะเข้าเทรดaltcoin 1 ตัว ก็จะแบ่งเป็นไม้ ไม้ละ 25% ของ 1btc ก็จะได้ทั้งหมด 4ไม้ ไม้ละ 0.25btc

ผมจะเข้าซื้อไม้ที่2ต่อเมื่อ ราคามาจากไม้แรก 10% ทุกๆ 10% ก็จะเข้าเก็บ จนครบ 4ไม้ อย่างที่บอกไปว่าสไตส์ผมจะเน้นถือระยะกลาง ถึงยาว กราฟที่ผมจะดูก็จะเป็นกราฟรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน โดยจะเน้นกราฟที่กำลังจะกลับตัวเป็นหลัก ฉะนั้นโดยส่วนใหญ่เหรียญประเภทนี้จะค่อยๆขึ้นหรือไม่ก็ซึมลงมาก่อนแล้วค่อยเด้งขึ้น


เท่ากับว่าเราจะมีaltcoinsในพอร์ต 4 ตัว ตัวละ 1btc


บริหารเงินหน้าตักกับการลงทุน ico

การลงทุนico แน่นอนว่าเราแบ่งเป็นไม้ๆไม่ได้ ตอนนี้เรามีอยู่ 4btc ถ้าเราจะลงicoทั้งหมดเลย all in ผมคิดว่าคงจะเสี่ยงเกินไป เอาล่ะ ถ้าลงทุนถูกตัว 4btc อาจกลายเป็น 20btc หรือ 40btc ได้เลย ย้ำอีกครั้งว่า ถ้าลงทุนถูกตัว แล้วถ้าลงทุนผิดตัวขึ้นมาล่ะ 4btc อาจจะหายไปเลยทั้งหมดก็ได้ สำหรับสไตส์ผมจะเน้นการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก กรณีนี้ผมจะแบ่งลงทุนicoตัวล่ะ 1btc เอาจริงๆ1btc ก็ยังเสี่ยงอยู่เหมือนกันครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดโดยรวมด้วย ถ้าตลาดอยู่ในช่วงซบเซาผมอาจจะชะลอการลงทุนหรือลดอัตราการลงทุนicoลง อาจเหลือตัวละ 0.5btc ก็ได้กันตกรถ เพราะ ico บาทตัวกว่าจะเข้าตลาดเทรดก็นาน ถึงตอนนั้นตลาดอาจกลับมากระทิงพอดีก็ได้


ผมลงทุนico ตัวละ 1btc

สมมุติว่า

ตัวที่ 1 กำไร 500%

ตัวที่ 2 ขาดทุน 50%

ตัวที่ 3 ขาดทุน 50%

ตัวที่ 4 ขาดทุน 50%


สรุปโดยรวมการลงทุนicoของผมก็ยังกำไรเกือบๆ 100%

ถามว่าโอกาสที่เราจะขาดทุนทั้ง 4 ตัว เป็นไปได้ไหม?

ก็เป็นไปได้ครับ กรณีนี้ก็ถือว่า ซวยจัดๆไป

ถามว่าโอกาสที่เราจะกำไรทั้ง 4 ตัว เป็นไปได้ไหม?

ก็เป็นไปได้ครับ กรณีนี้ก็ถือว่า รวยจัดๆไป

ตลาดคริปโตฯก็แบบนี้แหละครับ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น


แล้ว 2btc จะถือไว้ทำไม?

จริงๆก็ไม่ได้มีนัยสำคัญ ผมถือไว้เพื่อเป็นจิตวิทยาส่วนตัวว่า เรายังมีเงินเหลือติดไม้ติดมือกลับบ้านน่ะ หรือถือเอาไว้เป็นก๊อกสุดท้ายก็ได้ แต่จริงๆก็มีนัยอยู่เหมือนกัน เพราะเวลาbtcขึ้นแรงๆ altcoins มักจะเละ


สมมุติว่า

btc ขึ้นไป btcละ 500,000บาท ถ้าเราเทรด altcoins ขาดทุนเหลือ 2btc และลงทุนicoขาดทุนเหลือ 2btc เราเหลือbtcกลับบ้านทั้งหมด 6btc

6btc คูณ 500,000บาท เราจะถือเงินสดกลับบ้าน 3,000,000บาท ถ้าเราเทรดaltcoinsและลงทุนicoกำไร มูลค่าจาก1,000,000บาท อาจกลายเป็น 10,000,000 หรือ 100,000,000บาทก็ได้


ในขณะเดียวกันในวันที่เราจะแลกเงินกลับบ้าน ราคาbtc เหลือ 50,000 บาท 6btc คูณ 50,000 บาท เท่ากับเหลือกลับบ้าน 300,000 บาท เงินเราหายไป 70% จะเห็นว่าถ้าผมไม่ถือ2btcไว้ ถ้านำไปเทรดหรือลงทุนico ก็อาจจะทำให้พอร์ตขาดทุนเยอะกว่านี้ก็ได้ ขณะที่2btcนั้น ก็อาจจะเอาไปแก้ตัวได้ในก๊อกสุดท้าย ก็อาจจะทำให้พอร์ตเราพลิกกลับมากำไรได้


stablecoin

usdt,usdc,trueUSD เป็นแหล่งพักเงินชั้นดี เพื่อป้องกันความผันผวนและมูลค่าเงินในพอร์ตของเรา สมมุติมูลค่าพอร์ตเราเพิ่มขึ้นมา 10หรือ20 เท่า แต่เราไม่อยากถอนเป็นเงินสดออกมาให้โดนภาษี stablecoin จึงเป็นคำตอบที่ดีในการพักเงินไว้ชั่วคราว รอความชัดเจนของตลาด และป้องกันการลดลงของมูลค่าพอร์ตเราได้ดีที่สุดครับ


วิธีการบริหารเงินหน้าตักของผมก็จะประมาณนี้ครับ แบ่งเงินเป็นกองๆ จัดสรรปันส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์

คนเงินทุนน้อยก็นำไปปรับใช้กับตัวเองได้ จริงๆผมก็เริ่มจากทุนหลักหมื่น ก็ใช้วิธีนี้แหละครับ ปรับเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์การลงทุนไปตามสถานการณ์ของตลาดคริปโตฯ เวลาตลาดกระทิงเราจะเน้นลงทุนอะไรเป็นหลัก เวลาตลาดหมีเราจะฝืนตลาดหรือรอจังหวะดีๆล่ะ ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเราเอง

477 views0 comments