• naktrade.com

เงิน 5,000 บาท ลงทุนอะไรได้บ้าง?



สำหรับมนุษย์เงินเดือน ลำพังจะทำงานแล้วเก็บเงินไว้ในธนาคารเฉยๆอย่างเดียวคงจะไม่ทันกินอีกต่อไปแล้ว เพราะเรากำลังอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร แห่งความรู้ออนไลน์เต็มไปหมด รวมถึงแหล่งลงทุนในรูปของออนไลน์เกือบทั้งหมดหรือทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เราสามารถลงทุนออนไลน์ได้หมด ยิ่งไปกว่านั้นเงินถ้าเก็บไว้ในธนาคารเฉยๆมูลค่ามีแต่จะลดลงไปเรื่อยๆ มันจะถูกเงินเฟ้อกัดกินมูลค่าของเงินเราก็จะลดลงไปเรื่อยๆ


สำหรับบทความประเภทมีเงินเท่านี้จะลงทุนอะไร น่าจะมีคนเขียนให้อ่านกันเยอะ บทความนี้ก็จะคล้ายๆกันครับ เรามาทบทวนกันอีกทีว่า เงิน 5,000 บาท สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือคนที่มีคนเงินทุนน้อยจะสามารถเอาไปลงทุนอะไรได้บ้างให้มันงอกเงยขึ้นมา


ทำไมต้อง 5,000 บาท ?

ไม่มีนัยสำคัญอะไรครับ เรามีเงินเหลือจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท หรือ1,000 บาท 1,500 บาท 2,000 บาท จะน้อยกว่า 5,000 บาท หรือ จะมากกว่า 5,000 บาท ก็ได้ครับ นัยสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนหรือเงินทุน แต่มันอยู่ที่วิธีการลงทุนครับ และการมีความรู้ทางด้านการเงิน การลงทุนเพิ่มขึ้นมา นี่คือสิ่งสำคัญ มันจะติดตัวเราไปจนเราแก่เฒ่า สามารถเอาไปสอนลูกสอนหลานได้อีก


เอาล่ะทีนี้เรามาดูกันว่า เงิน 5,000 บาท ณ ยุคปัจจุบัน เราสามารถนำไปลงทุนอะไรได้บ้าง ให้เงินนั้นงอกเงยขึ้นมาได้บ้างไม่มาก็น้อย


ความเสี่ยงต่ำ


Me by TMB

me ก็คือ ธนาคารรูปแบบดิจิตัล (Digital Banking) เราสามารถดำเนินการหรือทำธุรกรรมต่างๆด้วยตัวเองผ่านช่องทางดิจิตอล และสามารถเช็คดอกเบี้ยสะสมได้ทุกวัน ปัจจุบัน me ให้บริการบัญชี 2 แบบ คือ me save บัญชีเงินฝากดิจิตอลที่ให้เราได้รับดอกเบี้ยเงินฝากสูงอยู่เสมอ และ me move บัญชีใช้จ่ายดิจิตอล ที่ให้เราทำธุรกรรมต่างๆได้สะดวกและไม่มีค่าธรรมเนียม

ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยต่อปีของ me ปัจจุบันนั้น คือ 1.7%ต่อปี ช่วงที่เปิดตัวใหม่ๆถ้าผมจำไม่ผิด ดอกเบี้ยต่อปีราวๆ 2.75% เลยทีเดียวครับ


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท จะได้ดอกเบี้ย 85 บาท สิ้นปีพอร์ตของ me เราจะมียอดโชว์ 5,085 บาท ในปีต่อๆไปเราจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ด้วยพลังของดอกเบี้ยทบต้นครับ

เป็นวิธีการลงทุนที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้ แต่ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราสนใจการลงทุนได้บ้าง


ข้อดี

1.เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาศึกษาการลงทุนที่ยากกว่านี้

2.การเปิดบัญชีและทำธุรกรรมต่างๆสะดวกรวดเร็ว

3.สามารถรู้ดอกเบี้ยสะสมได้ ก็ทำให้การลงทุนหรือเก็บเงินประเภทนี้สนุกขึ้น


ข้อเสีย

1.ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยน้อยไปหน่อย

2.ดอกเบี้ยไม่ตายตัว บางปีอาจปรับลดลงได้อีกก็ได้

3.ดอกเบี้ยยังสู้อัตราเงินเฟ้อไม่ได้


สลากออมสิน

เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออมเงิน โดยผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนดพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือนอีกด้วย เมื่อครบกำหนดได้เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ก่อนหน้านี้เวลาจะซื้อสลากออมสินเราต้องไปที่ธนาคาร แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้วครับ เราสามารถซื้อสลากออมสินผ่านออนไลน์ได้แล้วสะดวกสบายรวดเร็ว ผ่านแอพ Mymo

ประเภทของสลากหลักๆมี 2 ประเภท คือ สลากออมสินพิเศษ 3 ปี กับ สลากออมสินพิเศษ 5 ปี ความแตกต่างนอกจากจำนวนปีที่ถือเพื่อลุ้นรับรางวัลแล้ว ยังมีในส่วนของเงินรางวัลต่างๆ และปลีกย่อยอื่นๆอีก สามารถอ่านรายละเอียดต่างๆได้ที่นี่นะครับ https://www.gsb.or.th/lotto.aspx


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท สามารถซื้อสลากออมสินพิเศษ 3 ปี ได้ 100หน่วย ราคาต่อหน่วย 50 บาท ซื้อสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ได้ 50 หน่วย ราคาต่อหน่วย 100 บาท

เอาล่ะครับ วิธีการนี้ชีวิตจะเปลี่ยนได้ก็ขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ


ข้อดี

1.เป็นการออมเงินที่ได้ลุ้นหวยทุกเดือน

2.ถ้าดวงดีถูกรางวัลที่1ชีวิตก็เปลี่ยนได้

3.ดีกว่าตรงสลากกินแบ่งตรงที่เงินต้นเราไม่หายไปไหน


ข้อเสีย

1.ดอกเบี้ยน้อยไปหน่อย

2.โอกาสถูกรางวัลน้อยมาก


เว็บไซต์

เป็นอีกหนึ่งการลงทุนหลักพัน ถ้าเราทำคอนเทนท์ดีๆโดนๆขึ้นมาได้ มันสามารถสร้างรายได้ให้เราอย่างเป็นกอบเป็นกำได้เลยทีเดียวครับ สำหรับการลงทุนทำเว็บไซต์ คุณผู้อ่านอาจกำลังคิดว่าทำเว็บไซต์มันยาก เมื่อก่อนอาจยากต้องจ้างคนทำหลายหมื่นบาท แต่ปัจจุบันการทำเว็บไซต์ไม่ได้ยากอีกต่อไปแล้ว เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองถึงแม้จะไม่มีความรู้มากนักก็ตาม ทุกวันนี้อะไรๆก็จะเน้นให้เราทำสะดวกง่ายขึ้น เว็บไซต์ออกมาสวยไม่ต่างจากมืออาชีพเลยครับ และเราสามารถทำการตลาดเว็บไซต์ของเราควบคู่ไปกับการทำเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีต้นทุนฟรีได้เลย เป็นการโปรโมตเว็บไซต์ของเราฟรีให้คนทั่วไปรู้จัก


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท ได้ domain name เป็นของเราเอง ถ้าได้ชื่อสวยๆดีๆมาเผลอๆอาจขายต่อได้ในราคาสูงก็ได้ บวกกับเว็บไซต์สวยๆให้เราไปต่อยอดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้อีกเยอะ


ข้อดี

1.ลงทุนหลักพัน ถือว่าลงทุนต่ำมาก

2.โอกาสเติบโตและสร้างผลตอบแทนในอนาคตเป็นไปได้


ข้อเสีย

1.แน่นอนว่าเมื่อการทำเว็บไซต์ไม่ยาก ย่อมมีคนทำเยอะ นั่นหมายความว่า เราจะมีคู่แข่งเยอะนั่นเอง

2.กว่าจะเห็นผลหรือมีรายได้ อาจต้องใช้เวลาหลายปี


ความเสี่ยงปานกลาง


กองทุนรวม

กองทุนรวม คือ การนำเอาเงินของผู้ลงทุนรายย่อยทั้งหลาย มากองรวมกันให้เป็นเงินก้อนใหญ่ แล้วนำไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล จากนั้นก็นำเงินที่ระดมทุนได้ไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ เช่น หุ้นในประเทศ หุ้นต่างประเทศ พันธบัตรรัฐบาล อสังหาฯ ทองคำ น้ำมัน ตราสารหนี้ เป็นต้น แต่ละกองทุนรวมก็จะมีผู้บริหารจัดการ ผู้ดูแลกองทุน คอยจัดการเงินลงทุนแทนเรานั่นเอง

กองทุนนั่นมีเยอะมากหลากหลาย ทั้งแบบได้ปันผลและไม่ได้ปันผล ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง เราสามารถซื้อได้ทุกธนาคารและโปรกเกอร์ต่างๆด้วย เมื่อก่อนอาจจะต้องไปซื้อที่ธนาคาร แต่เดี๋ยวนี้เกือบทุกแอพการเงินของธนาคารสามารถซื้อกองทุนรวมได้แล้ว สะดวกง่ายดาย ลงทุนกันได้ง่ายๆเช่นเคย


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท หลายคนอาจกลัวว่าจะลงทุนได้ไหม 5,000 บาท ไม่ต้องกลัวครับ ลงทุนได้แน่นอน นอกจากจะได้ปันผลแล้ว ยังได้ลุ้นส่วนต่างราคาอีกด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคนไม่มีเวลาลงทุนนะครับ


ข้อดี

1.ลดหย่อยภาษีได้

2.มีปันผล

3.เป็นเงินออมในยามเกษียณได้


ข้อเสีย

1.ไม่เหมาะกับคนใจร้อน เพราะส่วนใหญ่ต้องถือระยะยาว

2.ส่วนต่างราคาอาจไม่หวือหวามาก


ออมทองออนไลน์

ทองคือหนึ่งในการเก็บเงินที่คนส่วนใหญ่นิยมเลือกที่จะเก็บในรูปของทองคำ ทั้งแบบแท่งและรูปพรรณกันค่อนข้างเยอะ ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ไม่ต้องอธิบายกันเยอะ แค่พูดคำว่า ทอง คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจได้แล้วว่ามันคืออะไร มีค่าแค่ไหน นอกจากมันจะสามารถเป็นเครื่องประดับได้ ก็ยังเป็นการลงทุนได้อีกด้วย หลายคนอาจคิดว่าการออมทองหรือลงทุนในทองนั้นไม่ค่อยปลอดภัยในเรื่องของอาจโดนขโมยหรือโดนปล้นได้ จริงๆแล้วปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องไปซื้อทองจริงๆมาเก็บไว้ที่บ้านอีกแล้ว เพราะมันมีในรูปแบบของการซื้อขายทองออนไลน์กันแล้วครับ เราสามารถไปเอาทองคำจริงๆเมื่อไหร่ก็ได้ หรือจะรอขายทำกำไรก็ยังได้ ขั้นต่ำการซื้อทองออนไลน์อยู่ที่ 1,000 บาท

สำหรับใครที่สนใจ รายละเอียดต่างๆที่นี่นะครับ https://www.huasengheng.com/goldsavingline


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท ก็จะได้ทองคำแท่ง 96.5% มาในรูปของออนไลน์ราวๆ 1สลึง จะไปเอาทองคำจริงมานั่งดูให้ชื่นใจก็ได้ หรือถ้าคิดว่าในอนาคตราคาทองจะสูงกว่าปัจจุบัน ก็ถือไว้เก็งกำไรก็ยังได้


ข้อดี

1.ไม่ต้องไปซื้อขายที่ร้านทองให้เสียเวลา

2.ไม่ต้องกลัวทองหายหรือที่เก็บไม่ปลอดภัย

3.เก็งกำไรได้


ข้อเสีย

1.เป็นทองคำแท่ง 96.5%

2.ไม่มีทองรูปพรรณ


ความเสี่ยงสูง


หุ้น

นี่คือหนึ่งในสิ่งยอดฮิตมาช้านานของการลงทุน อิสรภาพทางการเงินหาได้จากที่นี่เลยครับ ตลาดหุ้น คือ ตลาดเก็งกำไรที่ทำให้หลายๆคนชีวิตเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปในที่นี่มีสองแบบ คือ ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดี กับ ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่แย่ ตลาดเก็งกำไรก็ไม่ได้มีอะไรมาก ไม่กำไรก็ขาดทุนครับ ทั้งนี้และทั้งนั้น การลงทุนในหุ้นมันก็มีหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็น เก็งกำไรสั้นๆ เก็งกำไรระยะกลาง เน้นถือระยะยาวกินปันผล ลงทุนแบบ DCA เป็นต้น

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินเก็บต่อเดือนหลักพันและไม่ค่อยมีเวลาดูหน้าจอมากนักก็สามารถลงทุน แบบเน้นถือระยะยาวกันปันผล โดยใช้วิธีแบบ DCA ได้ คือ หาหุ้นพื้นฐานดีมากๆ เช่น cpall,ptt สมมุติเราออมเงินได้เดือนละ5,000 บาท ก็เอาเงินนั้นมาซื้อหุ้นพื้นฐานดีมีปันผล ซื้อทุกเดือนเดือนละเท่าๆกัน ไม่ต้องสนใจว่าราคาหุ้นจะอยู่ที่เท่าไหร่ เราเพียงแค่ซื้อทุกเดือนเท่านั้น นี่คือ ระเบียบวินัยล้วนๆเลยครับ


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท เราก็จะได้เป็นเจ้าของบริษัทมหาชนอันดับต้นๆของเมืองไทยได้เลยครับ


ข้อดี

1.มีโอกาสได้ส่วนต่างราคาที่สูงกว่า กองทุน ทองคำ พอสมควร

2.มีปันผลแล้วแต่หุ้นแต่ละตัว บางตัวก็ปันผลเยอะ บางตัวก็ปันผลน้อบ

3.ได้เป็นเจ้าของบมจ.


ข้อเสีย

1.ราคามีความผันผวนพอสมควร

2.ถ้าใจไม่นิ่งพออาจทำให้เสียสุขภาพจิตได้

3.โอกาสติดดอยระยะยาวก็มีสูงเช่นกัน


คริปโตเคอเรนซี่

ถ้าพูดถึง bitcoin หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว คริปโตเคอเรนซี่หรือสกุลเงินดิจิตอล นี่คือตลาดเกิดใหม่ที่กำลังมาแรงมากๆ โดยเฉพาะใน 2 ปีที่ผ่านมา ราคาของ bitcoin พีคสุดที่ 600,000 บาท ต่อ 1bitcoin เลยทีเดียว กูรูในวงการหลายๆท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคา 600,000 บาทนั้น ไม่ใช่ราคาพีคที่สุด มันยังจะสูงกว่านั้นได้อีกในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ คนในวงการเชื่อเช่นนั้น และยังคงถือมันระยะยาว ในตลาดคริปโตฯไม่ได้มีแค่ bitcoin อย่างเดียว ยังมีเหรียญอื่นๆอีกนับพันเหรียญ ซึ่งแต่ละเหรียญก็มีพื้นฐานและการทำงานแตกต่างกันไปอีกด้วย นอกจากนี้ตลาดคริปโตฯยังมีราคาที่ผันผวนกว่าตลาดหุ้นสูงมากๆ ราคาสามารถขึ้นได้ 100% ภายใน 1 วันได้สบายๆ ในขณะเดียวกัน ราคาก็สามารถลงได้เกิน 50% ภายใน 1 วันได้สบายๆเช่นกัน

สำหรับคนที่สนใจลงทุนกับตลาดแห่งนี้ ก็ติดตามเว็บไซต์นี้และแฟนเพจ https://www.facebook.com/naktrade ไว้เลยครับ เดี๋ยวผมจะมาเขียนให้ความรู้เรื่อยๆผ่านเว็บไซต์และแฟนเพจ


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท เราก็จะได้เหรียญที่จับต้องไม่ได้มา แล้วก็รอลุ้นราคากันแบบมันส์ๆตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุดกันได้เลยครับ


ข้อดี

1.ตลาดยังใหม่ มีอะไรตื่นเต้นๆอีกเยอะ

2.ตลาดเปิด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด

3.ราคาขึ้นลงสนุก มีโอกาสได้กำไรเยอะหลายเปอร์เซ็นต์


ข้อเสีย

1.ไม่มีงบการเงิน

2.เหรียญหลอกลวงเยอะ

3.ราคาผันผวนสูงเกินไป ไม่เหมาะกับคนใจอ่อน


forex

คือตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เปิดทำการซื้อขาย 24 ชม. ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โดยการซื้อขาย forex จะแสดงในรูปของคู่สกุลเงิน เช่น EUR/USD = 1.105 หมายความว่า 1Euro มีค่าเท่ากับ 1.105 usd เป็นต้น

ตลาดแห่งนี้ทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องมีและจำเป็นอย่างมากเลยคือ กราฟเทคนิค มันเป็นตลาดที่เราสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลงเลยครับ เหมาะกับคนที่ชอบเทรดทุกวัน ทุกนาทีเป็นอย่างมาก


ถ้าเราลงทุน 5,000 บาท ก็จะได้สกุลเงินแล้วก็รอทำกำไรได้เลยครับ


ข้อดี

1.ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

2.มีสภาพคล่องสูง

3.ใช้เงินลงทุนต่ำ แต่สามารถสร้างกำไรได้สูงด้วย leverage


ข้อเสีย

1.โอกาสโดนล้างพอร์ตมีสูง

2.เสียค่าธรรมเนียมการถือข้ามวัน

3.ไม่มีความเป็น asset


การลงทุนนั้นแท้จริงยังมีอีกเยอะหลากหลายรูปแบบ เช่น การลงทุนในความรู้ การลงทุนในสุขภาพ การลงทุนในธุรกิจ เป็นต้น


แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากแนะนำให้รู้จักกัน นั่นคือ ตัวเราเอง

เพราะถ้าเรารู้จักตัวเองว่าเราชอบอะไร รักที่จะทำอะไร มันคือหางเสือที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนทิศทางชีวิตเราให้ไปข้างหน้าในทิศทางที่เราอยากจะไปให้ถึง เมื่อเรารู้ตัวเองแล้วว่าชอบอะไร รักที่จะทำอะไร มันก็จะง่ายขึ้นแล้ว ว่าเราจะลงทุนอะไร ลงทุนเพื่ออะไร ลงทุนไปทำไม ลงทุนแล้วได้อะไร


คำตอบมิได้อยู่ในสายลม มันอยู่ที่ตัวเราเอง

อย่าอายที่จะลงทุนด้วยเงินหลักพัน อย่าเพิ่งสิ้นหวังว่าเราต้นทุนมันน้อยด้อยวาสนา ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่วิธีการที่ถูกต้อง และความรู้ทางการเงิน การลงทุนที่เราได้เพิ่มเข้ามาต่างหาก


1,154 views0 comments