• naktrade.com

อย่าหลงกลกับคำว่า passive income


ความฝันอันสูงสุดของคนส่วนใหญ่ นอกจากอิสรภาพทางการเงินแล้ว ก็คงหนีไปพ้นกับคำว่า passive income การมีรายได้เข้ามาทุกๆเดือนไปตลอดชีวิต โดยไม่ต้องทำงาน ใครๆก็ชอบ ใครๆก็ใฝ่ฝันกันทั้งนั้น


passive income เลยกลายเป็นคำที่ใช้โฆษณาชวนเชื่อในหลายๆวงการไปซะอย่างนั้น โดยเฉพาะวงการแชร์ลูกโซ่ ลงทุนเท่านั้น ลงทุนเท่านี้ จะได้รับเงินในรูปของ passive income ไปเท่านั้น ไปเท่านี้ ทุกๆเดือน สามเดือน ห้าเดือน เจ็ดเดือน คืนทุน หลังจากนั้นก็จะเป็นกำไร มีรายได้เข้ามาทุกๆเดือนตลอดไป


ในคำว่าตลอดไป แฝงไว้ด้วยยาพิษ

และมักจะมาในรูปแบบของขายตรงซะส่วนใหญ่ ขายตรงแท้ๆก็มีนะครับ


เชื่อไหมว่าข่าวเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ที่ปิดตัวบ้าง ปิดเว็บหนีบ้าง ข้ออ้างต่างๆนานา มีข่าวเกิดขึ้นแทบจะทุกเดือน คนก็ไม่รู้จักจำเป็นบทเรียนสักที บางคนก็รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นแชร์ลูกโซ่ก็ยังจะลงทุน เพียงเพราะ รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง...


มาในยุคของดิจิตอลลูกเล่นของแชร์ลูกโซ่ก็ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย ยุคนี้จะเป็นในรูปของเว็บไซด์ลงทุน โดยมีคำโฆษณาเช่นเดิม นั่นคือ passive income หลักๆจะมาในรูปแบบของเว็บ


HYIP

เว็บไซด์รูปแบบการลงทุนด้วยเงินดิจิตอล เช่น บิทคอยน์ สามสี่ปีที่ผ่านมาจะเน้นลงทุนด้วยบิทคอยน์เป็นหลัก เว็บไซด์ดังที่หลายๆคนน่าจะรู้จักดี คือ MMM โดยรับเงินลงทุนในรูปของบิทคอยน์ ให้ผลตอบแทนในรูปของ passive income เดือนละ100 เปอร์เซ็นด์ ลงทุนเดือนเดียวได้ทุนคืน ว่ากันว่าการปิดเว็บหนีของ MMM ได้หอมเงินหรือบิทคอยน์ไปราวๆ 1,000btc เป็นอย่างน้อย

เว็บไซด์ลักษณะนี้มีเยอะมาก แต่น่าแปลกที่คนก็ยังลงทุนกัน ทั้งๆที่บางคนก็รู้ว่ามันเป็นแชร์ลูกโซ่เว็บจะปิดหนีเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คนที่ลงทุนก็ยังหวังว่าก่อนมันจะปิดเว็บหนีก็ขอให้ได้กำไรสัก 20-30 เปอร์เซ็นด์ก็พอ ถ้าโชคดีเว็บเปิดนานๆก็มีลุ้นได้กำไร 100-200 เปอร์เซ็นด์


ย้ำว่า ถ้าโชคดี!!!


ถ้าเป็นอย่างนั้น ยอมเสียเวลาสักนิดเพื่อศึกษา การเทรด altcoins หรือลงทุนในรูปแบบของ ICO ยังจะดีกว่าตั้งเยอะเลย เพียงแค่ออกแรงมากกว่า ใช้ความอดทน ความพยายามมากกว่าเท่านั้นเอง

คนเราชอบอะไรง่ายๆ ผลลัพธ์ก็เลยออกมาแบบง่ายๆเช่นกัน


Copytrade forex

โปรกเกอร์ หรือ เว็บไซด์ เกี่ยวกับ forex แบบ copytrade คือเราจะลงทุนกับ master นักเทรด มืออาชีพ คนลงทุนก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รอรับกำไรอย่างเดียว master เป็นคนจัดการเทรดเองให้หมด เว็บไซด์ประเภทนี้มีเยอะมาก ซึ่งก็แฝงด้วยแชร์ลูกโซ่ดีๆนั่นแหละ สังเกตุง่ายๆส่วนใหญ่มักจะเน้นหาลูกทีม หาref คนมาต่อท้ายเรา ได้เปอร์เซ็นด์อย่างน้อยๆ 10%


ที่ดำเนินงานจริงๆก็มีนะครับ เช่น eToro และโปรเกอร์หรือเว็บอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง


Cloud Mining

เพิ่งจะมีข่าวใหญ่ล่าสุดเลย คือ เว็บ cryptominingfarm อ่านข่าวที่นี่ Crypto Mining Farm กับความสูญเสียหลายหลักร้อยล้านของคนไทย

ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บประเภทนี้ที่ดังมากๆ คือ HashOcean คนไทยหลายๆคนน่าจะได้ลงทุนกัน โดยเขาจะจ่ายปันผลให้แบบรายวันในรูปของบิทคอยน์

แน่นอนว่าจะลงทุนได้ก็ต้องใช้บิทคอยน์ลงทุน นี่ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้บิทคอยน์ด่างพล้อยไปเลย ซึ่งจริงๆแล้วบิทคอยน์ไม่ได้ผิดอะไรเลย เพราะว่าต่อให้ไม่มีบิทคอยน์ มันก็ใช้เงินรับลงทุนได้อยู่ดี เพียงแต่ว่า การใช้บิทคอยน์เป็นตัวกลางในการรับและจ่ายสะดวกกว่าเท่านั้นเอง


สื่อตัวกลางไม่ได้ผิดครับ ที่ผิด คือ มนุษย์เรานี่แหละ

การจ่ายให้เรารายวันมันไม่ได้ยากเลยครับ มันก็เอาเงินของเรานั่นแหละมาจ่าย ซอยย่อยแบบยิกๆ ทยอยจ่ายคืนเรา

หลักการง่ายๆ แค่ทำให้จำนวนที่คืนเรามา ผลสุดท้ายให้ขาดทุน 10% 15% 20% ก็ว่ากันไป ส่วนที่ขาดทุนนั้น แน่นอนทางเว็บเก็บไว้เอง ลองคิดดูว่าถ้าคนลงทุนกันหลายคน ทางเว็บก็มีเงินมาให้ใช้ฟรีๆอย่างมหาศาลเลย โดยไม่ต้องทำงาน


passive income ของแท้เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ยกตัวอย่างเช่น

เราลงทุน 1btc ทางเว็บจะยอยคืนเราหรือที่เขาอ้างว่าปันผล รายได้แบบ passive income บลาๆ ก็ซอยทยอยๆ1btcนั้นแหละ คืนเราอาจจะวันละ 0.001btc เดือนหนึ่งจะได้ 0.03btc 33เดือนคืนทุน แต่สัญญาการลงทุนหรือการขุด 2 ปี ก็เท่ากับว่าเราขาดทุนตั้งแต่วันแรกที่ลงทุนแล้ว เป็นต้น


จริงๆมีอีกเยอะครับ bitconnect เอย OD capital เอย อะไรต่อมิอะไรเอย

คือถ้าจะเอามาเขียนกรณีศึกษาที่ผ่านมา น่าจะเขียนเป็นหนังสือได้เล่มหนาๆเลยแหละครับ


ที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้นล้วนมีแก่นเดียวกัน คือ passive income ที่เป็นหัวใจหลัก ในการใช้โฆษณาชวนเชื่อ มันดึงดูดมวลประชาชนให้มาลงทุนได้ดีชะมัด


ถามว่า passive income แท้จริงแล้วมันมีจริงไหม?


โดยส่วนตัวผมเชื่อว่ามี แต่จริงๆแล้วมันก็ต้อง Active ก่อนทั้งนั้น แล้ว passive income ถึงค่อยตามมาทีหลัง

เช่น เงินปันผลจากหุ้น จะมีรายได้จากเงินปันผลหุ้นให้พอใช้จ่ายรายเดือนได้ ก็ต้องผ่านการ Active ก่อน กล่าวคือ จะมีเงินปันผลระดับอยู่ได้ตลอดไปนั้น ก็ต้องลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เยอะพอสมควร ที่สำคัญเราก็ต้องมีความรู้ในหุ้น ข้อมูลเชิงลึก การวิเคราะห์ของเรา ซึ่งก็ต้องพึ่งการ Active ก่อน passive income ถึงค่อยตามมาทีหลัง


รายได้จากการขายหนังสือหรือE-book ก็ต้อง Active ก่อน คือ การเขียน พอเป็นรูปเล่มหรือเป็นในรูปของ E-book ถ้าขายได้นั้นก็กลายเป็น passive income เป็นต้น


ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยเตือนสติสำหรับคนที่หลงเข้าไป จากคำโฆษณาอมตะว่า passive income บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ


แต่ว่าก็ว่าเถอะ สำหรับคนที่ไม่ยอมฟังใคร ไม่ฟังเสียงเตือน ปิดหูปิดตาตัวเอง ต่อให้ตะโกนใส่หูดังแค่ไหน เขาก็ไม่ฟังหรอก


หมายเหตุ

hyip ย่อมาจาก High Yield Investment Program

938 views0 comments